ระบบลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย (สำหรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า)

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ สพร. เก็บรวมรวม
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่ สพร. อาจมีการเก็บรวบรวมจากผู้ใช้บริการ (รวมถึงผู้ปกครองของเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี) ได้แก่
- ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด เป็นต้น

- ข้อมูลติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ อีเมล เป็นต้น
- ข้อมูลบัตรโดยสารหรือ บัตร EMV บัตรเครดิต บัตรเดบิต ที่มีสัญลักษณ์ Contactless Payment เช่น หมายเลขบัตรโดยสาร หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น
- ข้อมูลการใช้งานระบบ เช่น ประวัติการเข้าใช้ ประวัติการใช้สิทธิ เป็นต้น
- ข้อมูลทางเทคนิค เช่น ตำแหน่งพิกัดที่ตั้ง (Location) ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Traffic Log) ข้อมูลคุกกี้ (กรณีข้อมูลคุกกี้จะมีการขอความยินยอม) เป็นต้น
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว ที่ สพร. เก็บรวมรวมข้อมูลภาพถ่ายใบหน้า กรณีที่มีการให้บริการลงทะเบียนบัตรโดยสาร ณ จุดบริการ (จะมีการขอความยินยอมจากท่าน)
วัตถุประสงค์ที่ สพร. จำเป็นต้องเก็บรวบรวมหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน- เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตน รวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิได้รับสิทธิตามมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ตลอดสาย ระยะที่ 2 (มาตรการฯ) (โดยบางกรณีจะมีการขอความยินยอม เช่น กรณีการลงทะเบียนบัตรโดยสารของเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี เป็นต้น)
- เพื่อให้บริการลงทะเบียนและตรวจสอบบัตรโดยสารรถไฟฟ้า ที่มีการนำมาใช้เพื่อขอรับสิทธิตามมาตรการฯ รวมถึงการยืนยันตัวตนของเจ้าของบัตร
- เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาหรือออกแบบบริการให้รองรับการให้บริการต่าง ๆ ของแอปพลิเคชันทางรัฐ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการตอบสนองความต้องการของท่าน
- เพื่อนำข้อมูลไปประมวลผลให้ท่านสามารถใช้สิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ตลอดสาย ตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนดได้
- เพื่อให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบสิทธิที่ได้รับและประวัติการใช้สิทธิตามมาตรการฯ
- เพื่อให้ความช่วยเหลือ และติดตาม ตรวจสอบเกี่ยวกับการรับสิทธิและใช้สิทธิของท่านตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามมาตรการฯ
- เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และดูแลบริการให้มีความมั่นคงปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการใช้บริการหรือใช้สิทธิไม่ถูกต้อง หรือไม่เหมาะสม
- เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์และประเมินผลการดำเนิน มาตรการฯ รวมถึงการจัดทำข้อมูลในเชิงสถิติ โดยข้อมูลบางส่วนอาจถูกประมวลผลและแสดงผลเป็นข้อมูลในภาพรวมโดยวิธีการทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
- เพื่อนำไปวิจัยและพัฒนาประกอบการปรับปรุงบริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ฐานกฎหมาย- การจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญา
- การจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะขององค์กร หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้รับมอบหมาย
- การปฏิบัติตามกฎหมายที่ สพร. ต้องปฏิบัติตาม
- ท่านให้ความยินยอมกับ สพร.
ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล- จะมีการจัดเก็บข้อมูลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น และเหมาะสมกับการให้บริการท่าน หรือจนกว่าข้อมูลดังกล่าวไม่มีความจำเป็นสำหรับการตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินมาตรการฯ หรือการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- เมื่อ สพร. เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวไม่มีความจำเป็นต้องประมวลผล หรือพ้นกำหนดระยะเวลาการจัดเก็บแล้ว จะมีการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
สพร. มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ใครบ้างข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีการเปิดเผย
- ภายในองค์กร และเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
- ผู้รับจ้างที่เป็นบุคคลภายนอก (outsource) ที่ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลการดำเนินงานดังกล่าวให้กับ สพร. (กรณีที่มีการว่าจ้าง)
- หน่วยงานของรัฐที่เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินมาตรการฯ เช่น กระทรวงคมนาคม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมขนส่งทางราง เป็นต้น ตลอดจนหน่วยงานเจ้าของงบประมาณ หรือหน่วยงานเบิกจ่ายงบประมาณ
- หน่วยงานที่กำกับดูแลหรือเป็นคู่สัญญาสัมปทานกับผู้ให้บริการขนส่ง
- หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบการดำเนินมาตรการฯ
- หน่วยงานอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องนำข้อมูลการใช้สิทธิของท่านไปดำเนินการหรือให้บริการกับท่านต่อ เช่น ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า ผู้ให้บริการออกบัตรสำหรับใช้โดยสารรถไฟฟ้า เป็นต้น
การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ-ไม่มี-

เวอร์ชัน 1.0มีผลบังคับใช้: 29/8/2568